"GET & GIVE" บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อ นำเสนอความรู้และแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือ ที่รู้จักกันในชื่อซีเอสอาร์ CSR
(Corporate Social Responsibility)
RSS

Unilever

http://www.unilever.co.th/sustainability/






สร้างความสมดุลย์ระหว่างกำไร กับการเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ปลายศตวรรษที่ 19 ธุรกิจซึ่งในภายหลังได้กลายเป็นยูนิลีเวอร์ ถือเป็นบริษัทหนึ่งที่ทำเพื่อสังคมมากที่สุดในยุคนั้น ยูนิลีเวอร์จัดทำโครงการต่างๆ ที่ปรับปรุงพนักงานจำนวนมาก และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมในแง่ดี ทำให้สุขอนามัยและการดูแลเอาใจใส่ส่วนบุคคลเป็นเรื่องง่ายๆ และปรับปรุงโภชนาการโดยการเติมวิตามินในอาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทุกวันนี้ ยูนิลีเวอร์ยังคงเชื่อว่าความสำเร็จจะหมายถึง การดำเนินการด้วย "มาตรฐานที่สูงที่สุดของความรับผิดชอบต่อพนักงานของเรา ผู้บริโภค สังคม และโลกที่เราอาศัยอยู่" ในช่วงปีต่างๆ ที่ผ่านมา เราได้มีส่วนร่วมในความคิดริเริ่มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อค้นหาแหล่งทรัพยากรของวัตถุดิบที่ยั่งยืน ปกป้องสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและอื่นๆ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีวิวัฒนาการอย่างไร ในช่วงเริ่มศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ Path to growth ของเราเน้นให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพที่จะขายทั่วโลกและพันธกิจพลังแห่งชีวิตก็กำลังทำให้เราก้าวไปสู่การพัฒนาใหม่ๆ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของเราก็ช่วยให้ผู้คน "รู้สึกดี มีลักษณะชวนมอง และแต่งเติมชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น" ซึ่งเป็นความคิดที่เป็นหัวใจของ ลอร์ด ลีเวอร์ฮูม ตลอดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา



สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

“สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” เกิดจากการรวมตัวของ 19 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำและกลุ่มอุตสาหกรรมในสภาอุตสาหกรรม3 กลุ่มหลักเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายการลดขยะบรรจุภัณฑ์ในกองขยะชุมชนลงเหลือ 19 เปอร์เซ็นต์ ของขยะทั้งหมดภายใน 5 ปี หลังจากตั้งสถาบันฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งนับได้ว่าหากการทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลกว่า3หมื่นล้านบาท

แนวคิดการจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วในกองขยะทั่วประเทศด้วยวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสม ไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ ทางสถาบันฯ ได้เลือกใช้แผนการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่เรียกว่า “การจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ครบวงจร” (Integrated Packaging Waste Management) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การบรรจุ การใช้ การทิ้ง การเก็บขน การคัดแยก การรีไซเคิล และการกำจัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดทั้งในระดับประเทศชาติและภาคอุตสาหกรรม วิธีการดังกล่าวผู้ผลิตจะรับผิดชอบจัดการขยะบรรจุภัณฑ์โดยมีภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการและประชาชนร่วมประสาน เน้นการนำกลไกสังคมที่มีอยู่แล้ว เช่น ซาเล้ง,คนจนที่หารายได้จากการคัดแยกขยะอยู่แล้ว และโรงงานรีไซเคิล เข้าสู่ระบบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่กลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งคุณภาพชีวิตและรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้สถาบันได้ศึกษาแบบอย่างวิธีการดำเนินงานของสถาบันในลักษณะเดียวกันที่ประเทศบราซิล ซึ่งดำเนินการมาแล้วประมาณ 13 ปี ประสบความสำเร็จอย่างดีในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างงานให้ประชากรได้กว่า 500,000 คน มีสหกรณ์ดำเนินการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการเกือบ 300 ชุมชน



ซันซิล แฮร์ ฟอร์ โฮป



จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของแคมเปญการตลาด “ขวดเปล่าซันซิล 3 ขวด แลกฟรีแชมพูซันซิล 1 ขวด” ทำให้ยูนิลีเวอร์ได้ขวดเปล่าซันซิลกว่า1 ล้านขวด คิดเป็นน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม

ซันซิลจึงได้จัดกิจกรรมนำร่องเพื่อสังคม “แฮร์ ฟอร์ โฮป” (Hair for Hope) ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าของยูนิลีเวอร์ทั่วประเทศในการรวบรวมขวดเปล่าซันซิลจากผู้บริโภคไปจำหน่ายตามระบบ ซึ่งขวดเหล่านั้นจะเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี แคมเปญนี้นอกจากจะช่วยผู้บริโภคประหยัดเงินค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งเมื่อนำขวดเปล่าดังกล่าวมาเข้ากระบวนการรีไซเคิลแล้วเราสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 200 ตันทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น รายได้หลังการจำหน่ายขวดแชมพูกว่า 1 ล้านขวด รวมทั้งเงินสมทบจากหลายๆ ฝ่ายสามารถรวบรวมเป็นเงินได้ถึง 200,000 บาทโดยซันซิลได้นำไปมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมสถานภาพสตรี หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีคือ บ้านพักฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือสตรีและเด็ก โดยในวันที่ไปมอบเงิน ซันซิลยังได้จัดกิจกรรมซาลอนเคลื่อนที่เพื่อเข้าไปบริการเสริมสวย สระผม และทำผมให้กับผู้หญิงในบ้านในบ้านพักฉุกเฉินอีก



ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้




จากการวิจัยต่างๆ ที่บรีสได้จัดทำขึ้นได้แสดงให้เห็นว่าการเล่นนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพที่สุด แต่จากสภาพสังคมในปัจจุบัน จะพบว่าเด็กๆ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการเล่นไป ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เล่นที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือจะเป็นเพราะผู้ปกครองเลือกที่จะให้เด็กๆ ไปเข้าโรงเรียนกวดวิชามากกว่าที่จะให้ไปเล่นในสนามเด็กเล่น ในฐานะที่บรีสมีความเชื่อใน “การเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับเด็ก” ดังนั้นบรีสจึงต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้และยกให้เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของประเทศ



เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำ “การเล่น” กลับเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองปีอันเป็นมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปี 2549 บรีสจึงได้จัดโครงการลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างลานเล่น60 แห่งทั่วประเทศ ในขณะเีดียวกับที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ครู และผู้ที่มีอิทธิพลต่อเด็กให้ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายของเด็กนั่นเอง

จากความร่วมมือของพนักงานของยูนิลีเวอร์ทั้งจากสำนักงานใหญ่และศูนย์จัดจำหน่าย ผู้นำในแต่ละภูมิภาค และ ผู้มีชื่อเสียงหลายๆ คน ทำให้บรีสสามารถเสริมสร้างความสำคัญของ “การเล่น” ไปได้ทั่วประเทศ และในขณะนี้ยูนิลีเวอร์ก็ได้ส่งมอบลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ทั้ง 60 แห่งไปยัง 6 ภาค ทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการเปิดลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้แห่งที่ 60 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของ “การเล่น” รวมไปถึงความสำเร็จในการจัดโครงการ “การเติมพลังให้กับชีวิต” เพื่อคนไทยทุกคน

และจากการที่ “ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้” ได้รับการตอบรับอย่างมากจากโรงเรียนทั่วประเทศ ทำให้บรีสตัดสินใจที่จะดำเนินโครงการต่อเนื่องในปีที่ 2 และ 3 เพื่อจัดสร้างลานเล่นฯ ให้ครบ 200 ลานทั่วประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนอย่างบูรณาการ ลานเล่นบรีสฯ ที่จัดสร้างขึ้นจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบการเล่นได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน อุปกรณ์การเล่นที่ทันสมัยปลอดภัยตามมาตรฐานสากลก็ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของเด็กและเยาวชน

กิจกรรมนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากราชวงศ์ซึ่งทรงเสด็จมาเป็นประธานในการเปิดลานเล่นบรีสให้กับเราอย่างต่อเนื่อง เช่นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเสด็จมาทรงเป็นประธานประกอบพิธีเปิดลานเล่นบรีสฯ แห่งที่ 84 ณ โรงเรียนกัลยาณิวัฒนา 2 จังหวัดหนองคาย ซึ่งบรีสได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานให้กับเราอีกครั้งในพิธีเปิดลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ แห่งที่ 120 ที่โรงเรียนบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการจัดสร้างลานเล่นบรีสฯ จำนวน 6 แห่ง เพราะบรีสเห็นว่าเยาวชนไม่ว่าในพื้นที่ไหนย่อมต้องการการสนับสนุนในทุกๆ ด้าน หากเราสามารถส่งสินค้าเข้ามาค้าขายในพื้นที่นี้ได้ เราก็สามารถเข้ามามอบสิ่งดีๆ ให้เด็กๆ ได้เช่นกัน ที่สำคัญยิ่งเป็นพื้นที่ที่ใครคิดๆ ว่าเสี่ยงอันตราย เรายิ่งต้องเข้ามา เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องไม่ทิ้งกัน ซึ่งคณะผู้บริหารของยูนิลีเวอร์ก็ได้เดินทางไปเปิดลานเล่นบรีสฯ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตนเอง



ณ วันนี้ เรามีลานเล่นบรีสฯ ที่แล้วเสร็จจำนวน 171 แห่ง ทั่วประเทศ และจะเดินหน้าจัดสร้างให้ครบ 200 แห่งภายในสิ้นปี 2552 นี้โดย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น