"GET & GIVE" บล็อกนี้จัดทำขึ้นเพื่อ นำเสนอความรู้และแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับ เรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรหรือ ที่รู้จักกันในชื่อซีเอสอาร์ CSR
(Corporate Social Responsibility)
RSS

Home



 News







Get&Give ชวนเพื่อน NIDA เล่าเรื่อง CSR ในองค์กรที่ทำงานอยู่


         

เพื่อนๆ สามารถรับชมการสัมภาษณ์ได้จากเมนูด้ายขวามือครับ อย่าลืมโหวดให้กำลังใจเพื่อนๆ ด้วยนะครับ




เปิดตัว Get&Give และกิจกรรมนอกสถานที่ครั้งแรก 



รูปกิจกรรมในการทำ CSR ของกลุ่ม GET&GIVE โดยมีเพื่อนๆ
ในห้องเรียน KM, AS.NIDA เป็นผู้ร่วมกิจกรรม






Education 





นิยามของ CSR   เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับคำว่า CSR มาบ้างแล้ว แต่อาจจะมีบางคนไม่ทราบถึงคำย่อและ .... อ่านต่อ

CSR คืออะไร - จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันหลายบริษัท มีการเข้าไปสนับสนุน หรือจัดกิจกรรม เพื่อหารายได้ แล้วนำรายได้ ไปบริจาค ให้หน่วยกับหน่วยงานที่ทำประโยชน์ให้สังคม หรือ ไม่ก็เข้าไป บริจาค ให้กับหน่วยงานโดยตรง ซึ่งดูเหมือนว่า การที่บริษัททำเพียงเท่านี้ก็ เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าตนเอง ได้ทำ CSR แต่ที่จริงแล้ว การบริจาค หรือ จัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ CSR เท่านั้น ซึ่งหากจะตีความคำว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น ยังมีอีกหลายประเด็น ... อ่านต่อ

ทำไมต้องทำ CSR - หลายปีที่ผ่านมาชุมชนเริ่มมีการเรียกร้องให้องค์กรที่แสวดงหาผลกำไรหันมารับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น เนื่องจากพวกเขาเห็นว่าเป้าหมายและการดำเนินกิจกรรมขององค์กรเหล่านี้มุ่งไปสู่การสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียว .... อ่านต่อ

ประเภทของกิจกรรม CSR - ดร. ฟิลิป คอตเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น และแนนซี่ ลี อาจารย์สมทบแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และมหาวิทยาลัยซีแอตเติ้ล ได้จำแนกซีเอสอาร์ไว้เป็น 6 ประเภท ... อ่านต่อ





Case Study


           
              




CSR คืออะไร


จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันหลายบริษัท มีการเข้าไปสนับสนุน หรือจัดกิจกรรม เพื่อหารายได้ แล้วนำรายได้ ไปบริจาค ให้หน่วยกับหน่วยงานที่ทำประโยชน์ให้สังคม หรือ ไม่ก็เข้าไป บริจาค ให้กับหน่วยงานโดยตรง ซึ่งดูเหมือนว่า การที่บริษัททำเพียงเท่านี้ก็ เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าตนเอง ได้ทำ CSR แต่ที่จริงแล้ว การบริจาค หรือ จัดกิจกรรมเพื่อหารายได้ เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ CSR เท่านั้น ซึ่งหากจะตีความคำว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น ยังมีอีกหลายประเด็น ซึ่งหากพิจราณาจากคำนิยามของ CSR แล้วนั่น คือ บริษัทต้องรับผิดชอบต่อ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน สิ่งแวดล้อม กล่าวคือ บริษัท ต้องดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม ทั้งกับพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้า อีกทั้งยังต้องรับผิดชอบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ ที่เข้าไปดำเนินกิจการด้วย

จากที่กล่าวมาข้างต้นเราจะเห็นประเด็นที่บริษัทต้องทำอยู่ด้วยกันสองส่วนคือ
1. ส่วนความรับผิดชอบต่อสังคมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ
2. ส่วนความรับผิดชอบต่อสังคมที่นอกเหนือจากการดำเนินกิจการหลัก

ในส่วนของความรับผิดชอบต่อสังคมนั้นหากบริษัทมีการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด และปฎิบัติต่อทุกฝ่ายด้วยความซื่อสัตย์แล้วก็อาจกล่าวได้ว่า บริษัทได้มีการดำเนินงาน CSRในส่วนหนึ่ง ประเด็นต่อมาก็คือการดำเนินกิจกรรมที่นอกเหนือจาการดำเนินกิจการหลักหรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือการคืนกำไรให้กับสังคม ที่เห็นได้ชัดก็คือ การบริจาค แต่การคืนกำไรให้สังคมไม่ได้มีเพียงแต่การบริจาคเท่านั้น บริษัทยังสามารถคืนกำไรให้สังคมได้โดยวิธีอื่นๆ อีก เช่น การรณรงค์ให้คนใส่ใจและช่วยกันแก้ปัญหาทางสังคมส่วนรวม หรือกระทั่งการให้ความรู้ในด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ก็เป็นการคืนกำไรให้กับสังคมอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งหากบริษัทหรือองค์กรใดมีการดำเนินกิจกรรมทั้งสองส่วนอย่างชัดเจนแล้วก็เรียกได้ว่า บริษัทได้ดำเนินกิจกรรม CSR อย่างแท้จริง

Unilever

http://www.unilever.co.th/sustainability/






สร้างความสมดุลย์ระหว่างกำไร กับการเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม

ปลายศตวรรษที่ 19 ธุรกิจซึ่งในภายหลังได้กลายเป็นยูนิลีเวอร์ ถือเป็นบริษัทหนึ่งที่ทำเพื่อสังคมมากที่สุดในยุคนั้น ยูนิลีเวอร์จัดทำโครงการต่างๆ ที่ปรับปรุงพนักงานจำนวนมาก และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสังคมในแง่ดี ทำให้สุขอนามัยและการดูแลเอาใจใส่ส่วนบุคคลเป็นเรื่องง่ายๆ และปรับปรุงโภชนาการโดยการเติมวิตามินในอาหารต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

ทุกวันนี้ ยูนิลีเวอร์ยังคงเชื่อว่าความสำเร็จจะหมายถึง การดำเนินการด้วย "มาตรฐานที่สูงที่สุดของความรับผิดชอบต่อพนักงานของเรา ผู้บริโภค สังคม และโลกที่เราอาศัยอยู่" ในช่วงปีต่างๆ ที่ผ่านมา เราได้มีส่วนร่วมในความคิดริเริ่มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อค้นหาแหล่งทรัพยากรของวัตถุดิบที่ยั่งยืน ปกป้องสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชุมชนท้องถิ่นและอื่นๆ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คุณจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีวิวัฒนาการอย่างไร ในช่วงเริ่มศตวรรษที่ 21 กลยุทธ์ Path to growth ของเราเน้นให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพที่จะขายทั่วโลกและพันธกิจพลังแห่งชีวิตก็กำลังทำให้เราก้าวไปสู่การพัฒนาใหม่ๆ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ของเราก็ช่วยให้ผู้คน "รู้สึกดี มีลักษณะชวนมอง และแต่งเติมชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น" ซึ่งเป็นความคิดที่เป็นหัวใจของ ลอร์ด ลีเวอร์ฮูม ตลอดร้อยกว่าปีที่ผ่านมา



สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม

“สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” เกิดจากการรวมตัวของ 19 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำและกลุ่มอุตสาหกรรมในสภาอุตสาหกรรม3 กลุ่มหลักเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายการลดขยะบรรจุภัณฑ์ในกองขยะชุมชนลงเหลือ 19 เปอร์เซ็นต์ ของขยะทั้งหมดภายใน 5 ปี หลังจากตั้งสถาบันฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งนับได้ว่าหากการทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลกว่า3หมื่นล้านบาท

แนวคิดการจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วในกองขยะทั่วประเทศด้วยวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสม ไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ ทางสถาบันฯ ได้เลือกใช้แผนการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่เรียกว่า “การจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ครบวงจร” (Integrated Packaging Waste Management) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การบรรจุ การใช้ การทิ้ง การเก็บขน การคัดแยก การรีไซเคิล และการกำจัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดทั้งในระดับประเทศชาติและภาคอุตสาหกรรม วิธีการดังกล่าวผู้ผลิตจะรับผิดชอบจัดการขยะบรรจุภัณฑ์โดยมีภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการและประชาชนร่วมประสาน เน้นการนำกลไกสังคมที่มีอยู่แล้ว เช่น ซาเล้ง,คนจนที่หารายได้จากการคัดแยกขยะอยู่แล้ว และโรงงานรีไซเคิล เข้าสู่ระบบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่กลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งคุณภาพชีวิตและรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้สถาบันได้ศึกษาแบบอย่างวิธีการดำเนินงานของสถาบันในลักษณะเดียวกันที่ประเทศบราซิล ซึ่งดำเนินการมาแล้วประมาณ 13 ปี ประสบความสำเร็จอย่างดีในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างงานให้ประชากรได้กว่า 500,000 คน มีสหกรณ์ดำเนินการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการเกือบ 300 ชุมชน



ซันซิล แฮร์ ฟอร์ โฮป



จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของแคมเปญการตลาด “ขวดเปล่าซันซิล 3 ขวด แลกฟรีแชมพูซันซิล 1 ขวด” ทำให้ยูนิลีเวอร์ได้ขวดเปล่าซันซิลกว่า1 ล้านขวด คิดเป็นน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม

ซันซิลจึงได้จัดกิจกรรมนำร่องเพื่อสังคม “แฮร์ ฟอร์ โฮป” (Hair for Hope) ขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากศูนย์จัดจำหน่ายสินค้าของยูนิลีเวอร์ทั่วประเทศในการรวบรวมขวดเปล่าซันซิลจากผู้บริโภคไปจำหน่ายตามระบบ ซึ่งขวดเหล่านั้นจะเข้าสู่ระบบการรีไซเคิลอย่างถูกวิธี แคมเปญนี้นอกจากจะช่วยผู้บริโภคประหยัดเงินค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งเมื่อนำขวดเปล่าดังกล่าวมาเข้ากระบวนการรีไซเคิลแล้วเราสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 200 ตันทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น รายได้หลังการจำหน่ายขวดแชมพูกว่า 1 ล้านขวด รวมทั้งเงินสมทบจากหลายๆ ฝ่ายสามารถรวบรวมเป็นเงินได้ถึง 200,000 บาทโดยซันซิลได้นำไปมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมสถานภาพสตรี หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีคือ บ้านพักฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือสตรีและเด็ก โดยในวันที่ไปมอบเงิน ซันซิลยังได้จัดกิจกรรมซาลอนเคลื่อนที่เพื่อเข้าไปบริการเสริมสวย สระผม และทำผมให้กับผู้หญิงในบ้านในบ้านพักฉุกเฉินอีก



ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้




จากการวิจัยต่างๆ ที่บรีสได้จัดทำขึ้นได้แสดงให้เห็นว่าการเล่นนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพที่สุด แต่จากสภาพสังคมในปัจจุบัน จะพบว่าเด็กๆ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการเล่นไป ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เล่นที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือจะเป็นเพราะผู้ปกครองเลือกที่จะให้เด็กๆ ไปเข้าโรงเรียนกวดวิชามากกว่าที่จะให้ไปเล่นในสนามเด็กเล่น ในฐานะที่บรีสมีความเชื่อใน “การเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับเด็ก” ดังนั้นบรีสจึงต้องให้ความสนใจกับเรื่องนี้และยกให้เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งของประเทศ



เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการนำ “การเล่น” กลับเข้ามาอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองปีอันเป็นมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปี 2549 บรีสจึงได้จัดโครงการลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างลานเล่น60 แห่งทั่วประเทศ ในขณะเีดียวกับที่ให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ครู และผู้ที่มีอิทธิพลต่อเด็กให้ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเล่นว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อพัฒนาการทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายของเด็กนั่นเอง

จากความร่วมมือของพนักงานของยูนิลีเวอร์ทั้งจากสำนักงานใหญ่และศูนย์จัดจำหน่าย ผู้นำในแต่ละภูมิภาค และ ผู้มีชื่อเสียงหลายๆ คน ทำให้บรีสสามารถเสริมสร้างความสำคัญของ “การเล่น” ไปได้ทั่วประเทศ และในขณะนี้ยูนิลีเวอร์ก็ได้ส่งมอบลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ทั้ง 60 แห่งไปยัง 6 ภาค ทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการเปิดลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้แห่งที่ 60 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของ “การเล่น” รวมไปถึงความสำเร็จในการจัดโครงการ “การเติมพลังให้กับชีวิต” เพื่อคนไทยทุกคน

และจากการที่ “ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้” ได้รับการตอบรับอย่างมากจากโรงเรียนทั่วประเทศ ทำให้บรีสตัดสินใจที่จะดำเนินโครงการต่อเนื่องในปีที่ 2 และ 3 เพื่อจัดสร้างลานเล่นฯ ให้ครบ 200 ลานทั่วประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนอย่างบูรณาการ ลานเล่นบรีสฯ ที่จัดสร้างขึ้นจึงเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ปลดปล่อยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบการเล่นได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน อุปกรณ์การเล่นที่ทันสมัยปลอดภัยตามมาตรฐานสากลก็ช่วยส่งเสริมการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ของเด็กและเยาวชน

กิจกรรมนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จากราชวงศ์ซึ่งทรงเสด็จมาเป็นประธานในการเปิดลานเล่นบรีสให้กับเราอย่างต่อเนื่อง เช่นสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเสด็จมาทรงเป็นประธานประกอบพิธีเปิดลานเล่นบรีสฯ แห่งที่ 84 ณ โรงเรียนกัลยาณิวัฒนา 2 จังหวัดหนองคาย ซึ่งบรีสได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานให้กับเราอีกครั้งในพิธีเปิดลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้ แห่งที่ 120 ที่โรงเรียนบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีการจัดสร้างลานเล่นบรีสฯ จำนวน 6 แห่ง เพราะบรีสเห็นว่าเยาวชนไม่ว่าในพื้นที่ไหนย่อมต้องการการสนับสนุนในทุกๆ ด้าน หากเราสามารถส่งสินค้าเข้ามาค้าขายในพื้นที่นี้ได้ เราก็สามารถเข้ามามอบสิ่งดีๆ ให้เด็กๆ ได้เช่นกัน ที่สำคัญยิ่งเป็นพื้นที่ที่ใครคิดๆ ว่าเสี่ยงอันตราย เรายิ่งต้องเข้ามา เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันก็ต้องไม่ทิ้งกัน ซึ่งคณะผู้บริหารของยูนิลีเวอร์ก็ได้เดินทางไปเปิดลานเล่นบรีสฯ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตนเอง



ณ วันนี้ เรามีลานเล่นบรีสฯ ที่แล้วเสร็จจำนวน 171 แห่ง ทั่วประเทศ และจะเดินหน้าจัดสร้างให้ครบ 200 แห่งภายในสิ้นปี 2552 นี้โดย

การบินไทย



http://www.thaiairways.co.th/

KTC



http://www.ktc.co.th/press/social_activity/index.php

ABAC Poll



http://www.anchor.au.edu/

โรงเรียนราชินีบน



http://www.rajinibon.ac.th/

ING

โรงพยาบาลกรุงเทพ



http://www.bangkokhospital.com/tha/WenProject.aspx

บริษัท ปวีณ์มล จำกัด



http://www.ka-th.com/

ธนาคารไทยพาณิชย์



http://www.scb.co.th/th/csr/csr.shtml

Royal Porcelain



http://www.royalporcelain.co.th/

AIS



http://www.sarnrak.net/csr/

ธนาคารธนชาต



https://www.thanachartbank.co.th/

SCG




http://www.scg.co.th/th/05sustainability_development/05_social_community.html

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

http://www.pttplc.com/














ข้อมูลองค์กร


ปตท. แบ่งออกเป็นธุรกิจหลัก และธุรกิจการลงทุน ดังต่อไปนี้

ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย

กลุ่มธุรกิจสำรวจ ผลิต และก๊าซธรรมชาติ ประกอบด้วยหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติซึ่งทำหน้าที่จัดหาก๊าซธรรมชาติจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขนส่งก๊าซผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ แยกก๊าซธรรมชาติ และจัดจำหน่าย ส่วนการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติดำเนินการโดยบริษัทย่อยของ ปตท. คือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (“ปตท.สผ.”) และมีการลงทุนในบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ดำเนินธุรกิจการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ครอบคลุมการตลาดค้าปลีก (Retail Marketing) ซึ่งเป็นการจัดจำหน่ายผ่านสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และตลาดขายส่งน้ำมันให้กับผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 และการตลาดพาณิชย์ (Commercial Marketing) ซึ่งเป็นการจัดจำหน่ายให้กับลูกค้าที่เป็นหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ กลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทสายการบิน และเรือขนส่ง เป็นต้น

กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ประกอบธุรกิจด้านการจัดหา การนำเข้า การส่งออก และการค้าระหว่างประเทศ (Out-Out Trading) คลอบคลุมน้ำมันดิบ คอนเดนเสท ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมี รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ ปตท. และบริษัทในเครือให้มีศักยภาพในการแข่งขัน นอกจากนี้ มีการให้บริการบริหารความเสี่ยงราคาน้ำมัน และการจัดหาเรือขนส่งต่างประเทศ เพื่อช่วยในการแสวงหาโอกาสและเพิ่มมูลค่าทางการค้าของผลิตภัณฑ์

ธุรกิจการลงทุน ปตท. มีเงินลงทุนในธุรกิจต่างๆ โดยลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น



การดำเนินกิจกรรมทางสังคม

ปตท. มีการดำเนินกิจกรรทางสังคม โดยแบ่งเป็น 4 ประเภทดังนี้

การศึกษา



โรงเรียนในฝัน



"โครงการโรงเรียนในฝัน " เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ ที่ ปตท. ร่วมสนับสนุน มาตั้งแต่ต้นปี 2547 โดยดำเนินงานให้แก่โรงเรียนในฝัน (Lab School) รวมจำนวนทั้งสิ้น 3 แห่ง ในพื้นที่ที่ ปตท. มีหน่วยงานตั้งอยู่ ได้แก่
- โรงเรียนบ่อไร่วิทยาคม ตั้งเป้าหมายไว้ที่การมุ่งเน้น เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้โดยพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ในโรงเรียนทุกรูปแบบ อาทิ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ศูนย์วิทยากร
- โรงเรียนเสด็จวนชยางค์กูลวิทยา มุ่งเน้นเป็นศูนย์การเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศของจังหวัดลำปางและต้องการสร้างเสริมสภาพ แวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น
- โรงเรียนชุมชนบ้านบางโหนด มุ่งเพิ่มศักยภาพ ของห้องเรียนให้เป็นห้องเรียน e-learning และต้องการสร้างอาคารเรียนเพิ่ม
http://www.pttplc.com/TH/social-activities-education-lab-school.aspx?


ค่ายเยาวชน



ค่ายเยาวชนอนุรักษ์พลังงาน Generation P

ปตท.เร่งปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตสำนึกในการใช้พลังงานอย่างประหยัด ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศได้หมุนเวียนกัน เข้าร่วมกิจกรรมและนำเสนอ “แผนงานโครงการอนุรักษ์พลังงานในโรงเรียน” เพื่อประกวดและรับรางวัลจาก ปตท. อันเป็นการสร้างพลังทีมงาน นักอนุรักษ์พลังงานที่เข้มแข็งต่อไป


Gassy Camp

เป็นกิจกรรมค่ายเยาวชนที่จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมสันทนาการ หวังผลให้ ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน นอกจากนั้น ยังได้จัดให้ตัวแทนนักเรียนที่เข้าค่าย นำเสนอผลงานการผลิตและสร้างสรรค์ ถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อกิจกรรมต่างๆต่อชุมชนและสถานศึกษา ในรูปแบบการส่งประกวดให้ ปตท. พิจารณาคัดเลือกรับรางวัล


ค่าย เยาวชนปตท. รักษ์ ทะเลไทย

ปีแรก ( 2549 ) เริ่มจาก โรงเรียนในอำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช ปีที่สอง ( 2550)ขยายผลถึงโรงเรียนทั้งจังหวัด และ โรงเรียนทั้งประเทศในอนาคต ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจในความสำคัญของทรัพยากรชายฝั่งและทะเล รวมทั้งให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรในเขตพื้นที่ที่ตนอาศัย


ค่ายเยาวชน ปตท. อนุรักษ์ประเพณีตีกลองปูจา

ค่ายที่ได้รับความร่วมมือของสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง และสำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดลำปางเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสืบทอดประเพณีการตีกลองปูจา อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนในท้องถิ่น เกิดความรัก ความหวงแหน และเกิดจิตสำนึกในการที่จะร่วมสืบทอดประเพณีที่ดีงามให้อยู่คู่กับจังหวัดลำปาง อันจะเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดสืบต่อไปในอนาคต ด้วยการเรียนรู้เกี่ยวกับกลองปูจาอย่างละเอียดจากวิทยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญรวมทั้ง ยังได้มีการฝึกทักษะการตีกลองปูจาในจังหวะต่าง ๆ ที่เป็นลีลาเฉพาะของจังหวัดลำปางอีกด้วย


http://www.pttplc.com/TH/social-activities-education-youth-camp.aspx?


อาคารเรียนและห้องสมุด



การจัดสร้างอาคารเรียน “บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ ปตท. ได้สนับสนุนการก่อสร้างขึ้น เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนต่างๆ ที่ขาดแคลนในเขตภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา โดยจัดสร้างเป็นอาคารเรียนขนาดสองชั้น เอื้อประโยชน์ในการเป็นสถานที่ศึกษาอบรม ปลูกฝังวิชาความรู้ให้แก่เยาวชน ตลอดจนเป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชนใกล้เคียง

ใน ปี 2540 ปตท. ได้ขยายโครงการ ด้วยการจัดสร้างห้องสมุด “พลังไทย เพื่อไทย” พร้อมทั้ง มอบอุปกรณ์การศึกษาและหนังสือเรียน สำหรับเยาวชนจะได้ใช้ค้นคว้าความรู้ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นด้วย







กีฬา



กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ



เพื่อสร้างความพร้อมและความแข็งแกร่งให้แก่นักกีฬาไทยตั้งแต่ระดับเยาวชนต่อเนื่องจนถึงระดับอาชีพ ตลอดจนบุคลากรทางด้านกีฬา อาทิ กรรมการตัดสิน ตามโครงการ 1 สมาคมกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ ปตท.ได้สนับสนุน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อเนื่อง 3 ปี รวมเป็นเงิน 9,000,000 บาท



ฟุตบอล



ปตท. ร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เร่งพัฒนา
กีฬาฟุตบอลของไทย เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะความสามารถ เพิ่มพูน
ประสบการณ์ และมุ่งสู่การแข่งขันในระดับสากลต่อไป โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุน
การเตรียมทีมและการแข่งขันในรายการสำคัญๆ ดังนี้

1.การแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์พรีเมียร์ลีค

2.การแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย (AFC) U-20

3.การเตรียมทีมฟุตซอลชาย

4.การเตรียมทีมฟุตบอลเยาวชน

5.การเตรียมทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย (เอชี่ยนเกมส์)

6.การเตรียมทีมฟุตบอลเยาวชนชาติไทย อายุ 20 ปี



เทนนิส



ปตท. ร่วมมือกับลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เร่งพัฒนากีฬาเทนนิส ตามแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2549 – 2551
ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ ดังนี้


1.โครงการพัฒนานักเทนนิสเยาวชนไทยสู่อาชีพ

2.โครงการศูนย์ฝึกนักเทนนิสเยาวชนไทย รวม 9 แห่ง ทั่วประเทศ

3.โครงการพัฒนาศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ

4.โครงการแข่งขันเทนนิสเดวิดคัพและเฟดคัพ

5.โครงการแข่งขันเทนนิสหญิงนานาชาติ สะสมคะแนนอันดับโลก



ศิลปวัฒนธรรม



การประกวดศิลปกรรม

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา ที่ ปตท. ได้ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการประกวดศิลปกรรม ปตท.ขึ้น เพื่อมุ่งส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนไทย และศิลปินมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานทางด้านศิลปะอันจะนำไปสู่พลังในการสร้างสรรค์วงการศิลปะซึ่งถือเป็นรากฐานของชาติให้พัฒนาและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น การประกวดดังกล่าวเปิดโอกาสให้เยาวชนและ ผู้สนใจส่งผลงานประกวดภายใต้หัวข้อเรื่องที่กำหนดขึ้นในแต่ละปีและดำเนินการตัดสิน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านศิลปะ พร้อมทั้งจัดพิธีมอบรางวัลและจัดนิทรรศการแสดงผลงานเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนที่สนใจเข้าชม ทั้งนี้โดยมุ่งหวังชักชวนให้ศิลปินและประชาชนทั่วไป ร่วมกันสร้างเสริมความดีงามคืนกลับสู่สังคม เพื่อช่วยจรรโลงสังคมไทย

ของเราให้น่าอยู่งดงามและคงคุณค่าสืบไป การจัดการประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 24 ในปี 2552 นี้ กำหนดจัดการประกวดขึ้นในหัวข้อ "ความสุข" เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่มีส่วนช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขให้เกิดขึ้นในหัวใจคน สามารถก่อให้เกิดพลังในการดำเนินชีวิตร่วมกันอย่างยั่งยืนตลอดไป



การอนุรักษ์ประเพณีตีกลองปูจา เขลางค์นคร



ปี พ.ศ. 2545 ปตท. ได้มีส่วนร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์ประเพณีตีกลองปูจา ซึ่งเป็นประเพณีท้องถิ่นดั้งเดิมของ จังหวัดลำปาง ที่เกือบสูญหายไปให้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นอีกครั้ง โดยร่วมกับ สมาคมชาวเหนือและจังหวัดลำปาง ริเริ่มจัดงาน “มหัศจรรย์ก๋องปูจา ล้านนาไทย”ขึ้น จนปัจจุบันได้พัฒนาเป็นงานประเพณีประจำจังหวัดลำปาง จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2- 4 เมษายน ของทุกปี รวมถึงการจัดครูภูมิปัญญาท้องถิ่นตระเวนฝึกสอนและอบรมการตีกลองปูจาให้แก่เยาวชนในแต่ละอำเภออย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมสู่การแข่งขันตีกลองปูจาระดับจังหวัดต่อไป และการจัดเวที “หนึ่งร้อยตำบล หนึ่งร้อยคนตีกลองปูจา” เพื่อระดมความคิดห็นต่อแนวทางการพัฒนาอย่างมีส่วนรวมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชุมชนและเยาวชน เห็นคุณค่าและเข้ามามีส่วนร่วมสานต่องานอนุรักษ์และฟื้นฟูประเพณีดังกล่าวให้ยั่งยืนอย่างจริงจังต่อไป เพื่อให้ประเพณีการตีกลองปูจาได้ถ่ายทอดสืบสานไปสู่ลูกหลานในอนาคต เมื่อปี 2549 ปตท.จึงได้สนับสนุนการจัดสร้าง “โฮงก๋องปูจาเขลางค์นคร “ ขึ้น ที่วัดเจดีย์ ซาวหลัง (พระอารามหลวง) ให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีดังกล่าว รวมถึงจัดทำกลองปูจา 9 ชุด ให้แก่จังหวัด เพื่อใช้เป็นกลองหลักในการแข่งขันอีกด้วย







สังคมและสิ่งแวดล้อม



โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่

16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 เป็นอีกวันสำคัญที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของ ปตท. เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปในพิธีน้อมเกล้าฯถวายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่ ในส่วนของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ณ พื้นที่ป่าชายเลน แปลงปลูกป่า FPT 29 และ 29/3 อำเภอปราณบุรี จังวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการและทรงมีพระราชปฏิสันธานอย่างใกล้ชิดกับตัวแทนชุมชนที่เข้าร่วมปลูกป่ากับ ปตท. จากทั่วประเทศเป็นเวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ยังความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่คนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะคนปลูกป่า

ปัจจุบัน ปตท.ยังคงดำเนินการต่อเนื่องจากการปลูกป่า 1 ล้านไร่ โดยแบ่งออกเป็น 2 โครงการหลักๆ คือ โครงการรักษาป่าระยะยาว ดำเนินการโครงการหมู่บ้าน ปตท.พัฒนา จำนวน 10 หมู่บ้าน และทำกิจกรรมเพื่อความอยู่รอดของป่า 3 กิจกรรม คือ การอบรมยุวชน ปตท. รักษาป่า การอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า และการอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) นอกจากนั้น ปตท.ยังตระหนักดีถึงกรปลูกป่าไปพร้อมกับการปลูกคนเพื่อให้ป่าอยู่รอด สร้างความรักความผูกพันผืนป่ากับชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาชีวิต ด้วยการต่อยอดโครงการลูกโลกสีเขียว ศูนย์สิรินาถราชินี และ 84 ตำบล สร้างคนรักษ์ป่า เป็นโครงการต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน

http://www.pttplc.com/TH/social-activities-environment-reforestation.aspx?



ช่วยเหลือภาวะฉุกเฉิน

นอกเหนือจากภารกิจต่อเนื่องในการให้ความช่วยเหลือภัยแล้ง ที่ปตท. ได้ร่วมโครงการ “ กรมทรัพย์ฯ –กฟภ. –ปตท. – กปภ. –ทบ.ร่วมใจสู้ภัยแล้ง ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากภัยแล้งและขาดแคลนน้ำแล้วนั้นปตท. ยังพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ธรณีพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ อุทกภัยน้ำหลาก ภัยหนาวและภัยแล้ง ทั้งการให้หน่วยงาน ปตท. ในพื้นที่เข้าช่วยเหลือโดยตรง และมอบผ่านหน่วยงานต่างๆ เพื่อกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึง ได้แก่ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาค กองทัพเรือ ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาคมแม่บ้านตำรวจ และองค์การบริหารส่วนตำบลการให้ความช่วยเหลือนั้นส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องประสบความเดือดร้อน อาทิ มอบน้ำแข็งแห้ง ก๊าซหุงต้มปตท. ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่นงบประมาณเพื่อจัดหาน้ำมัน อุปกรณ์ช่วยชีวิต น้ำดื่ม ผ้าห่มกันหนาว เรือหางยาวไฟเบอร์กลาสและมอบถังน้ำมันเปล่าเพื่อใช้ดัดแปลงเป็นสุขาเคลื่อนที่บรรเทาความเดือดร้อนอีกด้วย นอกจากนั้น ปตท. ยังช่วยจำหน่ายสินค้าเมื่อเกษตรกรมีปัญหา เช่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ปตท.ได้รับซื้อนมรวมมูลค่าทั้งสิ้น 70 ล้านบาท ปัญหาสินค้าภาคใต้ ปตท.ได้ช่วยจำหน่ายลองกอง มังคุด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านจากหมู่บ้าน ปตท.พัฒนา เพื่อส่งเสริมรายได้อีกด้วย

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด

http://www.muangthai.co.th/webmtl/Default.aspx?tabid=132

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เปิด ดำเนินกิจการ ด้านธุรกิจประกันชีวิต เพื่อให้บริการแก่ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ มั่นคง ตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ เริ่มกิจการ อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน 2494 ณ สำนักงานแห่งแรก ที่ถนนเสือป่า ด้วยในขณะนั้น ประเทศไทยต้องประสบปัญหาจาก ผลกระทบของสงครามมหาเอเชียบูรพา เศรษฐกิจของประเทศ อยู่ในระยะการฟื้นตัว นายจุลินทร์ ล่ำซำ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการในขณะนั้น และกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจ ตลอดจนผู้ใหญ่ในวง ราชการได้ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ขึ้น ด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะให้บริษัทฯ ช่วยแบ่งเบาภาระของ รัฐบาลในเรื่องของสวัสดิการสังคมและเป็นแหล่งระดมเงินทุนให้กับ ภาครัฐ นอกจากนี้ ยังเป็นการออมในระยะยาว และสร้างหลักประกัน ให้ประชาชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการค้า และภาคอุตสาหกรรม ของประเทศอีกด้วย

ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่หกอย่างมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัดยัง คงมุ่งมั่นพัฒนาการศักยภาพทั้งทางด้าน การดำเนินงานและการบริการ โดยการตอบโจทย์ของทุกความต้องการให้สมกับคำขวัญว่า “บริษัทของคนหัวคิดทันสมัย” ด้วยวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารอันกว้างไกล ยึดมั่นในจริยธรรมที่ดีในการดำเนินธุรกิจ ผนวกกับความร่วมมือร่วมใจของ บุคลากรทุกคนในองค์กร พร้อมกันนี้ยังมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมให้มีคุณภาพดีขึ้น ทั้งทางด้านสังคม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และด้านสิ่งแวดล้อม จากความสำเร็จนี้ บริษัทฯ ยังคงจะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนา และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สู่สังคมไทย เพื่อให้มั่นคงและแข็งแกร่งตลอดไป



โครงการด้านการศึกษา


ในปีที่ผ่านมาบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่างๆ ในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องมา อาทิ

• โครงการ “ห้องสมุดนี้เพื่อน้อง” เป็น โครงการที่ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 3 ซึ่งมุ่งหวังถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพของเยาวชนไทย ตามต่างจังหวัดและยังขาดโอกาสทางการศึกษาในด้านต่างๆ บริษัทฯ จึงได้จัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อมอบห้องสมุดและอุปกรณ์การเรียนรู้ เช่น หนังสือสารานุกรมไทย คอมพิวเตอร์ และ อุปกรณ์กีฬาให้แก่โรงเรียนที่ห่างไกลในภาคต่างๆ ของประเทศไทย

• โครงการ “80 ล้านเมล็ดเพื่อพ่อ ทางบริษัทฯ มอบเมล็ดพันธุ์เพื่อนำไปปลูกต้นไม้เพื่อร่วมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ร่วมมอบให้แก่ โรงเรียนทรายทองราษฎร์อุทิศ โรงเรียนวัดบ้านป๊อก โรงเรียนชุมชนบ้านดง และโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนชุมชนบ้านหมอกจำแป่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนบ้านสารเห็ด จังหวัดเพชรบุรี

• นอกจากนี้ยังมีการมอบ “อาคารเมืองไทยประกันชีวิต” อาคาร เรียนเอนกประสงค์แห่งใหม่ให้แก่โรงเรียนบ้านแม่ สะงา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ห่างไกลและต้องการความช่วยเหลือด้านหนังสือสื่อความรู้ ต่างๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพของเยาวชน ตลอดจนการจัดตั้งโครงการ “สุขาสะอาด” เพื่อสุขอนามัยที่ดีให้แก่เด็กๆ โดยจัดสร้างและปรับปรุงห้องสุขาใหม่ให้กับทางโรงเรียนอีกด้วย



โครงการด้านสังคม



ทางบริษัทฯ ได้มีการสนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่างๆเพื่อช่วยเหลือสังคมสืบเนื่องมาตลอด อาทิ

• โครงการ “สานสายใยศิลปิน นางงาม และเพื่อนๆ พี่ๆ สื่อมวลชนสู่สังคม” ของคุณ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ ที่บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งให้ความช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เช่น การเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบสิ่งของและเงินสนับสนุนให้กับมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ บ้านเด็กตาบอดและพิการซ้ำซ้อน บ้านพักคนชราบางแค และที่เรือนจำกลางคลองเปรมเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขัง

• บริษัทได้ทำการสนับสนุนโครงการ “บริหารกาย ตามสไตล์ผู้สูงวัย” ของ กองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย ที่จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา โดยมุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุมีการเคลื่อนไหวร่างกายหรือมีกิจกรรมทางกาย ด้วยวิธีการบริหารร่างกายในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้นอย่างถูกต้องและเหมาะสมตาม วัย

• โครงการต่อเนื่อง “80 วัน 80 ความดี ถวายในหลวง” มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้คนไทย ร่วมทำความดีและ ยกย่องคนดีให้เป็นแบบอย่าง

• โครงการ “เดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยรายได้ทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและเป็นวันแม่แห่งชาติ โดยทางสภาสังคมสงเคราะห์ ได้มีการจัดงานประกาศเกียรติคุณแม่ดีเด่นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนทั่วไปเป็นประจำทุกปี

• บริษัทฯ ได้ร่วมกับสภากาชาดไทย จัดโครงการ “บริจาคโลหิต” ขึ้นเป็นประจำทุกปีในเดือน เมษายน สิงหาคม และ ธันวาคม อย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 42 ซึ่งบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสำรองโลหิตเพื่อสามารถนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ทันท่วงทีในยามที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และได้สนับสนุนสลากบำรุงสภากาชาดไทยของเบญจมราชาลัยสมาคม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อนำทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกา โดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนสภากาชาดไทย สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ขาดแคลนที่เจ็บป่วย เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของสภากาชาดไทย

• บริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาความ มั่นคงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยให้การสนับสนุนหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อการปฏิบัติภารกิจในการแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินการปราบปรามการก่อความ ไม่สงบ การพิทักษ์ประชาชน การปฏิบัติการจิตวิทยา รวมไปถึงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมและการช่วยเหลือประชาชนควบคู่กัน จากสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดชายแดนนั้นซึ่งพบว่า ยังขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ เป็นจำนวนมาก บริษัทฯ จึงสนับสนุนยาและเวชภัณฑ์เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่





โครงการด้านศิลปวัฒนธรรม



บริษัท เมืองไทยประกันชีวต จำกัด ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป อาทิ

• ทางบริษัทฯ ให้การสนับสนุนโครงการ “ ดนตรีไทยพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ ” ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี จัดตั้งโครงการขึ้นเพื่อฟื้นฟู สนับสนุน ส่งเสริม และเผยแพร่ งานด้านดุริยางคศิลป์ เพื่อเป็นการสืบทอด ยึดถือแนวทางจากพระราชปณิธาน และพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรม การแสดง วรรณกรรม และดนตรี ตลอดจนการดำเนินการตามพันธะกิจหลักของมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันฯ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟู พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ ที่มีชีวิต

• นอกจากนั้นเพื่อ เป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ล้ำค่าของบรรพบุรุษไทย ให้เป็นที่รู้จัก บริษัทฯ ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ให้กับ “ โรงละครนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์) ” ซึ่งเป็นมหรสพไทยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ในการเข้าร่วมการประกวดหุ่นโลก ณ สาธารณรัฐเชค ปี 2008 ซึ่งทางนาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดหุ่นโลกในปีนั้น

• ทางบริษัทฯ ได้ สนับสนุนโครงการ “ ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมไทย ” โดยคัดเลือกเยาวชน ทั่วประเทศทุกจังหวัดๆ ละ 1 คน เข้ารับทุนมูลนิธิร่วมจิตน้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในชนบท ได้รู้สึกหวงแหนและสืบทอดการทำนุบำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นมรดกของ ชาติ พร้อมทั้งมีความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์สืบไป



โครงการด้านศาสนา

จากนโยบายหลักของบริษัทฯ ใน การพัฒนาด้านสังคม การศึกษา ศิลปวัฒนธรรมแล้วนั้น บริษัทฯยังมิเคยละทิ้งศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ คือ สถาบันพระพุทธศาสนา ซึ่งบริษัทฯได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามประเพณีและโอกาส ต่างๆเสมอมา เพื่อช่วยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่ประเทศชาติสืบไป

• บริษัทฯ จึง ได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและทอดกฐินเป็นประจำทุกปี เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและร่วมสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามให้คง อยู่คู่ไทย ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคี ณ วัดเขาวันชัยนวรัตน์ ธุดงค์กรรมฐาน จังหวัดนครราชสีมา และได้ร่วมบริจาคเงินในการจัดงานทอดกฐินสามัคคี ณ วัดโคกมะเฟื่อง จังหวัดนราธิวาส หรือได้ร่วมบริจาคกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต่างๆ

• ทางบริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนการจัดงานเทศน์มหาชาติมหากุศลเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นงานบุญมหากุศลที่มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกันจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่มีประชาชนทุกภาคส่วน พร้อมใจกันมีส่วนร่วมในงานบุญมงคลที่หาได้ยากครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นงานบุญประวัติศาสตร์ครั้งแรก โดยบริษัทฯได้สนับสนุนซื้อ VCD การจัดงานดังกล่าวเพื่อมอบให้กับลูกค้าและประชาชนทั่วไปเก็บไว้เพื่อเป็น ประวัติศาสตร์และไว้บูชาเป็นสิริมงคลต่อไป

• ตลอดจน บริษัทฯ ได้ร่วมกับ “มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์” และกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ จัดทำโครงการสมทบกองทุนเผยแผ่พระไตรปิฎก ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นการเผยแผ่พระไตรปิฎกฉบับสากลเพื่อสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษานี้ สมเด็จกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้ประธานศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ อัญเชิญพระไตรปิฎกฉบับสากล เพื่อพระราชทานและประดิษฐาน ณ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในนานาประเทศ และจะได้พระราชทานพระไตรปิฎกสากลแก่ประธานศาลฎีกา สำหรับศาลฎีกาแห่งราชอาณาจักรไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวในประเทศไทย

โครงการด้านสิ่งแวดล้อม



นอก จากการให้ความช่วยเหลือกิจกรรมสังคมในด้านต่างๆ แล้ว ทางบริษัทฯ ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนโครงการต่างๆ ทางด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน อาทิ

• โครงการ “ประกวดหนังสั้นแนวคิดของพ่อต่อภาวะโลกร้อน” ปรากฏการณ์โลกร้อน (Global Warming) เป็นปรากฏการณ์ที่หลายๆ ประเทศกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ อันนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประชาชนทั่วไปรับทราบเรื่องภาวะโลกร้อนดีแต่ยังรู้สึกว่าไกลตัว ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้มีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง โดยนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาปฏิบัติ และถ่ายทอดเป็นเรื่องราวเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจ

• โครงการ “Shred 2 Share” โครงการ 2 ข้อมูลปลอดภัย ร่วมใส่ใจสิ่งแวดล้อม”เพื่อคืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคม โดยการนำเอกสารที่ต้องการทำลายขององค์กรมาผ่านกระบวนการย่อยทำลายอย่างถูก วิธีและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และยังสามารถแปรรูปนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง โดยกระดาษที่ทิ้งทุกๆ 1 ตัน จะเป็นการร่วมสมทบทุน 2,000 บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียนให้แก่น้องๆ ที่ขาดแคลนอีกด้วย

• ตลอดจนการร่วมดำเนินโครงการ “ฝูงบินปะการังเพื่อทะเล” เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ทางทะเลให้สมบูรณ์ โดยการนำเครื่องบินที่ปลดประจำการแล้วมาทำให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมและเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พัฒนาความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการังให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ซึ่งในอนาคตจะสามารถใช้เป็นที่ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศน์และชีววิทยาทางทะเล ได้ โดยในอนาคตจะจัดให้เป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลังจากที่ประสบภัย พิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ

• ทางบริษัทฯ ยังคงให้การสนับสนุนการอนุรักษ์ช้างไทยกับ “สถาบันคชบาลแห่งชาติ” ใน พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย รวมเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท